....Language

.......... ................Good Health Better Life..............The Hospital for You ... ..........................................
...... ............................ หน้าหลัก



























สาระน่ารู้ คู่สุขภาพ


กินอย่างไรเมื่อต้องอดนอน

จากการวิจัยล่าสุดพบว่า การนอนที่ดีควรใช้เวลาในการนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมง สมองเราทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์ ถ้าเรานอนหลับ สมองจะลบเรื่องราวต่างๆในหัวทิ้ง เช่น ฝันถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ไร้สาระพิสดารเกินจริง และถ้าเราเครียดมากๆ จะฝันประมาณว่ากำลังวิ่งหนีหรือเหนื่อยหอบ ดังนั้นเราจึงควรนอนหลับ พักผ่อนสมองเพื่อลบเรื่องราวต่างๆ ที่รกสมองทิ้งไป

โดยธรรมชาติแล้วฮอร์โมนในร่างกายถูกจัดระบบให้นอนหลับในเวลากลางคืนและตื่นในเวลากลางวัน เพราะในเวลากลางวันเมื่อมีแสงสว่าง ต่อมไพเนียลหรือต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนซีโรโตนิน ออกมาเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายดำเนินกิจกรรมช่วงกลางวัน ส่วนในเวลากลางคืนฮอร์โมนซีโรโตนินจะลดระดับลงเพื่อให้ร่างกาย
พักผ่อน รวมทั้งต่อมไพเนียลจะหลั่งฮอร์โมนเมลาโตนินออกมา เพื่อให้ร่างกายง่วงนอนจนกระทั้งใกล้เช้าก็จะลดลง ทำให้เราตื่นมาพอดี หากว่าเราอดนอนถือว่าเป็นการฝืนธรรมชาติ อาจทำให้ร่างกายเสียสมดุลและทำให้เจ็บป่วยได้

อาการเจ็บป่วยจากการอดนอนที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง ได้แก่ เหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ เกิดอาการท้องผูก ความดันโลหิตผิดปกติ ซึมเศร้า ท้อแท้ และหากอดนอนสะสมมากๆ อาจทำให้ระบบประสาททำงานผิดปกติจนเกิดอาการประสาทหลอนได้

ดังนั้นถ้าเราจำเป็นต้องอดนอน และในคืนนั้นรู้สึกหิว หากเกินเวลาเที่ยงคืนไปแล้วไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟ เพราะจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว นอนไม่หลับ วิงเวียนศีรษะ หรือดื่มนมวัว เพราะมีไขมันสูงย่อยยาก ใช้เวลาในการย่อยอาหาร 3-4 ชั่วโมง จะเป็นการรบกวนกระเพาะอาหาร ทางที่ดี ควรรับประทานอาหารที่อุ่นๆ ย่อยง่ายๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าว ซึ่งเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งให้พลังงานในการทำงานที่จำเป็นเมื่อต้องอดนอน

หากเราตื่นเช้ามาหลังจากการนอนดึกแล้วรู้สึกเพลีย ไม่สดชื่น ให้ใช้วิธีอาบน้ำหรือแช่น้ำอุ่นจัดๆ ประมาณ 3 นาทีและอาบน้ำเย็นๆ อีก 2 นาทีสลับไปมา 3 รอบ จะทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้นมากกว่าการดื่มกาแฟ 1 แก้วเสียอีก ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและบี เพราะการอดนอนจะทำให้ระดับฮอร์โมนจากต่อมไพเนียล
ปั่นป่วน ทำให้เกิดความเครียดได้

หากรู้จักวิธีดูแลสุขภาพตัวเองในยามที่ต้องอดนอนแล้วเมื่อถึงเวลาพัก ก็ควรนอนหลับชดเชย เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็อย่าอดนอนกันดีกว่า เพราะจะทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมลง

 
   
ฟันเก

ฟันเก หมายถึง ฟันที่ขึ้นมาแล้วไม่อยู่ในตำแหน่งที่เป็นปกติ อาจมีลักษณะเป็นฟันซ้อนกัน ฟันยื่น ฟันห่างหรือฟันล้มเอียง ผู้ที่มีฟันเกจึงมักจะไม่ชอบใจถ้าฟันเกนั้นอยู่ข้างหน้า เพราะทำให้ยิ้มแล้วดูไม่สวยงาม

สาเหตุของฟันเก ฟันเกเกิดจากสาเหตุใหญ่ 2 อย่าง
- กรรมพันธุ์
- สิ่งแวดล้อม

สาเหตุจากกรรมพันธุ์ พ่อแม่ที่มีฟันเก ลูกมักจะมีฟันเกตามไปด้วย อาจเกิดจาก
1. โครงสร้างของใบหน้าไม่ได้สัดส่วน ในด้านขนาดและความสัมพันธ์ของขากรรไกรบนและล่าง อาจยื่นมากเกินไปหรือเล็กเกินไป
2. ขนาดของฟันโตเกินไป ทำให้การเรียงตัวของฟันในขากรรไกรไม่เป็นระเบียบ เกิดการซ้อนเก
3. ชนิดของฟันเล็กเกินไป การเรียงตัวของฟันจึงห่าง หรือบางครั้งฟันห่างเนื่องจากฟันขึ้นไม่ครบ ขาดหายไปบางซี่
4. ฟันขึ้นผิดตำแหน่งสลับที่กัน
5. ขนาดของลิ้นใหญ่ผิดปกติ ทำให้ฟันที่อยู่รอบๆ ถูกดันห่างออก
6. สภาพของกล้ามเนื้อมีแรงเกิดขึ้นขณะพูด กลืน เคี้ยว ทำให้ฟันถูกผลักดันออกไปจากตำแหน่งปกติได้
7. ฟันหน้าห่าง เนื่องจากเยื่อที่ยึดระหว่างฟันหน้าบน 2 ซี่ เกาะต่ำกว่าปกติ
8. ฟันเก อาจพบในคนที่มีความผิดปกติของช่องปาก เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่

สาเหตุจากสิ่งแวดล้อม
1. ฟันน้ำนมถูกถอนเร็วกว่าปกติ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย เนื่องจากผู้ปกครองมักจะไม่เข้าใจถึงความสำคัญของฟันน้ำนม และปล่อยให้ผุจนถึงต้องถอนออกก่อนกำหนด
2. ฟันเกที่เกิดจากการที่ฟันน้ำนมคงอยู่ในปากนานเกินไป ทำให้ฟันแท้ต้องแทรกเบียดขึ้นเอียงไปทางอื่นเกิดฟันซ้อนขึ้น
3. ฟันเกที่เกิดจากสุขนิสัยบางอย่างเป็นระยะเวลานานเกินไป เช่น การดูดนิ้ว การกลืนที่ผิดปกติ

การรักษา โดยการจัดฟัน ซึ่งมักจะเริ่มจัดตั้งแต่อายุ 9-14 ปี เพราะเป็นระยะที่เหมาะสม เนื่องจากกำลังอยู่ในระหว่างการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกร การจัดฟันนั้นจะ
สามารถจัดฟันได้เร็วและฟันจะเข้าที่ๆ ต้องการได้ง่ายกว่าที่จะจัดหลังจากกระดูกขากรรไกรและฟันเจริญเติบโตเต็มที่แล้วการป้องกัน การป้องกันจากสาเหตุทางกรรมพันธุ์นั้น
ป้องกันไม่ได้ แต่ฟันเกที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมจะป้องกันได้ผู้ปกครองมีส่วนช่วยได้อย่างมาก โดยช่วยดูแลสุขภาพของฟันเด็ก อย่าให้ฟันถูกถอนไปก่อนกำหนดและควรสนใจหา
ความรู้ในการป้องกันโรคฟัน ตลอดจนพาเด็กไปพบทันตแพทย์ให้ตรวจฟันเป็นระยะๆ ถ้ามีโอกาส เพราะโรคฟันนั้นป้องกันได้ผลดี

 
   

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ผู้ชายที่เป็นโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มักมีปัญหาในการแข็งตัวขององคชาติ เพื่อให้เพียงพอในการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายที่มีความลำบากในการแข็งตังขององคชาติ เมื่อเวลาผ่านไป บางคนมีอาการไม่รุนแรงและนานๆ ครั้งจึงมีอาการ แต่บางคนมีปัญหาที่รุนแรงมาก และเป็นทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาดังกล่าวทำให้ความมั่นใจในตัวเองเสียไป เกิดความกังวลใจ ซึมเศร้า รู้สึกเครียด และรบกวนการมีคุณภาพชีวิตของคู่สมรสหรือคู่นอน

สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
มีสาเหตุหลายอย่างที่เป็นไปได้ว่าเป็นสาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เราอาจแบ่งโดยทั่วไปว่าเกิดจากปัจจัยทางร่างกายหรือจิตใจ หรือมีทั้ง 2 ปัจจัยร่วมกัน

ปัจจัยทางด้านร่างกาย โดยทั่วไปนั้นปัจจัยทางด้านร่างกายของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีหลายอย่างซึ่ง สามารถแบ่งเป็นกลุ่มได้ 3 กลุ่มปัญหาพื้นฐาน
1. เลือดไหลเข้าในองคชาติไม่เพียงพอ
2. องคชาติไม่สามารถเก็บเลือดไว้ได้ระหว่างการแข็งตัว
3. การส่งข่าวของเส้นประสาทจากสมองหรือไขสันหลัง ไม่สามารถส่งมายังองคชาติ
ปัจจัยทางด้านจิตใจ การมีกิจกรรมทางเพศต้องมีจิตใจและร่างกายทั้งสองอย่างร่วมกันทำงาน ปัญหาด้านอารมณ์และความสัมพันธ์สามารถทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือทำให้อาการแย่ลง

ปัจจัยดังต่อไปนี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยสำหรับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
* โรคเบาหวาน
* การสูบบุหรี่
* ความดันโลหิตสูง
* ความเครียด โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล
* โรคดื่มสุราเรื้อรัง
* โรคหัวใจขาดเลือดหรือเส้นเลือดหัวใจอุดตัน
* ยาเสพติด เช่น กัญชา โคเคน และเฮโรอีน
* การบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณเชิงกราน
* โรคอ้วน
* โรคไตวาย
* การผ่าตัดหรือการฉายแสงรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การรักษา ศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะจะเป็นผู้ตรวจและวินิจฉัย ให้ยารักษาหรือผ่าตัดแก้ไขปัญหาการแข็งตัวขององคชาติถ้าโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศของท่านเกิด
จากการขาดฮอร์โมนเช่น ระดับฮอร์โมนเพศชายบกพร่อง ท่านอาจได้รับฮอร์โมนทดแทน นอกจากนี้แพทย์ของท่านอาจส่งท่านไปพบจิตแพทย์ เพื่อรักษาปัญหาทางด้านจิตใจ
เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวลและการมีปัญหาทางด้านความสัมพันธ์ ถึงแม้ท่านจะไม่มีปัญหาดังกล่าว แต่ก็อาจช่วยให้ท่านได้รับคำปรึกษา หรือร่วมกันแก้ปัญหากับคู่ของ
ท่าน เพื่อวินิจฉัยปัญหาในการรักษาร่วมกับการใช้ยาในการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 
   






หน้าหลัก


222 ถนนเพชรเกษม ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110โทรศัพท์ : +66 3253-2576 ...โทรสาร : +66 32532582
Copyright?2004 Sanpaulo Hospital All rights reserved.